ก่อนทำงานธุรกิจสกรีนเสื้อต้องรู้ต้องรู้อะไรบ้าง ‼ " งานสกรีนเสื้อแต่ละประเภท มีข้อดี - ข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร "
งานสกรีนเสื้อแต่ละประเภท มีข้อดี - ข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร
ในปัจจุบันนี้งานสกรีนได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น เนื่องด้วยงานสกรีนสามารถสร้างชิ้นงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีออกแบบได้ตรงกับความต้องการ ของผู้ที่ชอบวิธีการใหม่ๆในการเพิ่มมูลค่า ให้กับกระเป๋า หรือสินค้าประเภทต่าง ซึ่งเราจะมาดูกันว่า งานสกรีนนั้นมีกี่ประเภท และงานสกรีนแต่ละประเภทเป็นอย่างไรกันบ้าง
ประเภทของงานสกรีนเสื้อมีดังนี้
- ประเภทซิลค์สกรีน (Silk Screen)
- ประเภท DTG (Direct to Garment)
- ประเภทรีดร้อน (Heat Transfer)
ประเภทซิลค์สกรีน (Silk Screen)
Silk Screen เป็นการพิมพ์สกรีนโดยต้องใช้บล็อคในการสกรีน โดยกำหนดเป็น 1 สี ต่อ 1 บล็อค หากต้องการงานสกรีน 4 สี ต้องใช้ 4 บล็อค ซึ่งเหมาะกับการสกรีนเสื้อ หรือชิ้นส่วนของกระเป๋า ที่มีจำนวนมาก เนื่องจากเมื่อสร้างบล็อคขึ้นมาบล็อคนึงแล้ว สามารถนำไปสกรีนในครั้งต่อๆไปได้
ข้อดีระบบ SILK SCREEN
- สามารถสกรีนบนวัสดุได้หลากหลาย เช่น ผ้าได้ทุกชนิด ไม้ MDF ไม้สัก เหล็ก ถุงผ้าดิบ พลาสติกแทบทุกประเทภ หนังเทียม (หนัง PVC / PU) และอื่นๆอีกมากมายเหมาะกับงานสกรีนในปริมาณมาก
- ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของขนาดงานสกรีน โดยสามารถกำหนดขนาดงานสกรีน ได้ตั้งแต่ 0.5 เซนติเมตร จนถึง 4 เมตร ซึ่งในกรณีที่งานสกรีนมีขนาดใหญ่ ขนาดบล็อคที่ใช้ต้องมีขนาดใหญ่ตามไปด้วย ซึ่งถ้าบล็อคมีขนาดใหญ่ ควรจะมีจำนวนชิ้นงานในปริมาณมาก เพื่อให้ต้นทุนต่อชิ้นงานนั้น ถูกลง
- เหมาะกับการสกรีนจำนวนมากๆ แต่ไม่เน้นความละเอียดสูง เพราะราคาถูก
- จะได้สีสด และคงทนมาก ให้สีที่สดใส และติดทน นานกว่างานพิมพ์ประเภทอื่นๆ
ข้อเสียระบบ SILK SCREEN
เนื่องด้วยงานสกรีนแบบ silk screen เป็นการนำสีมาสกรีนตามบล็อคที่ได้สร้างไว้
- งานสกรีนจึงมีโอกาสแตกลาย หรือหลุดลอกได้ หากไม่ดูแลรักษาหรือใช้งานผิดวิธี
- ความละเอียดของงานและความสะอาดของเสื้อ เพราะว่าการพิมพ์ผ่านตาข่ายนั้นขนาดไม่เล็กเกินไปทำให้เป็นรอยหยึกหยักภาพไม่คมได้
- ไม่สามารถสกรีนตัวหนังสือเล็กๆ ได้ งานสกรีนบางทีอาจจะขาดหายไม่เท่ากัน ที่เป็นเช่นนี้เพราะข้อจำกัดของสีและตาข่ายบล็อคสกรีน
- เรื่องความสะอาดของเสื้อ เนื่องจากการสกรีนต้องวางเสื้อบนโต๊ะซึ่งต้องติดกาวเอาไว้เป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค หรือหากใช้กาวไม่ดีกาวก็จะติดเสื้อได้
- จำนวนในการทำบล็อคสกรีนจะมากตามจำนวนสี ยิ่งมีจำนวนสีในงานสกรีนมีมากเท่าไหร จำนวนในการทำบล็อคสกรีนยิ่งมากตามจำนวนสีที่ต้องการสกรีน
- ไม่เหมาะกับการทำเสื้อยืดจำนวนน้อย เพราะอาจเป็นภาระต้นทุนของผู้ผลิต เป็นงานที่ต้องใช้ทักษะ ฝีมือในการแกะบล็อคสกรีน และปาดสีสกรีนลงบนผ้า
ประเภท DTG (Direct to Garment)
เป็นการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น โดยใช้วิธีการสกรีนแบบพิมพ์ภาพลงไปยังเนื้อผ้าโดยตรง ด้วยเครื่องพิมพ์ผ้าโดยเฉพาะ หรือเรียกอีกอย่างว่าระบบ DTG (Direct to Garment) ซึ่งจะได้งานสกรีนที่สวยงาม คมชัด ไร้ข้อจำกัดเรื่องสีของผ้าที่ต้องการสกรีน เนื่องจากสกรีนได้บนผ้าทุกสี ไม่ว่าจะเป็นผ้าสีอ่อน หรือผ้าสีเข้มสกรีน DTG คือ การใช้หมึกเฉพาะ พิมพ์ลงเสื้อโดยตรงแล้วอบด้วยความร้อน เพื่อให้สีแห้งสนิทและติดทน คุณภาพของสีพิมพ์จะเกิดประสิทธิภาพสูงสุดบนผ้าคอตตอน100%เท่านั้น สีที่เหมาะกับการสกรีน DTG คือสีขาว เปรียบให้เห็นภาพเหมือนการใช้เครื่องพรินต์พิมพ์หมึกลงกระดาษขาว ให้สีติดง่ายกว่าและได้ภาพที่สวยงามกว่ากระดาษสีเข้ม
ข้อดีระบบดิจิตอลแบบ DTG
- สกรีนได้หลายสี หมึกซึมไปในเส้นใยผ้า โดยเฉพาะ สามารถพิมพ์ผ้าเข้มหรือผ้าดำได้ โดยมีกระบวนการเตรียมงานและเครื่องพิมพ์รองพื้นด้วยหมึกขาวก่อน
- ภาพสวย สกรีนคมชัด รูปถ่ายหรือภาพเหมือนจริง เป็นกระบวนการสกรีนเสื้อที่สกรีนภาพออกมาได้ดีที่สุดแล้วในปัจจุบันนี้ พิมพ์ลงบนเนื้อผ้า Cotton 100% เท่านั้นจะดีที่สุด สำหรับเนื้อผ้าชนิดอื่น ความคมชัดจะลดลง
- สกรีนบนเสื้อได้ทุกสีพิมพ์งานจำนวนน้อยได้ โดยไม่ต้องอัดบล็อคสกรีนลายสกรีนเสื้อจะสีเดียวหรือหลายสี ก็ราคาเท่ากันปัจจุบันได้รับความนิยมมาก เนื่องจากได้ภาพเสมือนจริงตามไฟล์ เช่น ภาพคน ภาพวิว มีความคมชัดมาก
ข้อเสียระบบดิจิตอลแบบ DTG
- ถ้าสกรีนงานในปริมาณมาก จะมีราคาสูงกว่างานสกรีนแบบซิลค์สกรีนและทรานเฟอร์์ ขนาดงานสกรีนค่อนข้างจำกัด ไม่เกิน 50cm. x 50cm.
- เครื่องพิมพ์มีราคาแพงมาก และต้องการการบำรุงรักษามาก
- ต้นทุนหมึกสูง
- ต้องใช้ทักษะในการทำงานสูงหากผู้ใช้ง่านไม่มีความเข้าใจในการเตรียมงานจะทำให้งานพิมพ์ออกมาไม่ดีพอถ้าพิมพ์งานปริมาณมาก ราคาจะแพงกว่าระบบซิลค์สกรีนและระบบรีดร้อน
- ขนาดพิมพ์มีข้อจำกัด คือพิมพ์ได้ไม่เกินขนาด 50 cm x 50 cm
ประเภทรีดร้อน (Heat Transfer)
งานTransfer เป็นงานที่ปริ้นลงกระดาษแล้วนำมารีด เป็นการสกรีนโดยพิมพ์ลวดลายหรือรูปภาพที่ต้องการสกรีนลงบนกระดาษทรานเฟอร์ ด้วยหมึก Pigment แล้วนำมาสกรีนบนผ้าด้วยเครื่องรีดร้อน (Heat press) ใช้ความร้อนส่งผ่านน้ำหมึกลงบนผ้า แต่เนื้อผ้าต้องมีส่วนผสมของโพลีเอสเตอร์ด้วย ยิ่งหากเป็นโพลีเอสเตอร์ (Polyester) 100% จะดีมาก สีจะเข้ม แต่ถ้าหากเป็นผ้าที่มีส่วนผสมของผ้าคอตตอน (Cotton) สีจะอ่อนลงตามเปอร์เซ็นต์ของผ้าคอตตอน ด้วยความที่ใช้หลักการนำสีไประเหิดเข้ากับเส้นผ้าในโพลีเอสเตอร์
โดยภาพหรือลวดลายบนกระดาษทรานเฟอร์ จะสกรีนติดลงบนเนื้อผ้าได้อย่างสวยงาม ความแตกต่างระหว่างการพิมพ์สกรีนตรงอย่างซิลค์สกรีนและการพิมพ์ทรานเฟอร์นั้น คือ การทำการทำบล็อกสกรีน ซึ่งจะต้องทำกลับด้านกันกับการพิมพ์สกรีนตรง ทั้งนี้ก็เพราะเราต้องทำการพิมพ์สกรีนลวดลายต่างๆที่ต้องการ ลงบนวัสดุอย่างเช่นฟิล์มหรือกระดาษ ทรานเฟอร์ โดยที่ลำดับการพิมพ์สกรีนแต่ละสีนั้น ก็ต้องเรียงลำดับก่อนหลังของบล็อกสกรีนให้ตรงกันข้ามกับการพิมพ์สกรีนตรง และในขั้นตอนสุดท้ายของการพิมพ์สกรีนทรานเฟอร์จะต้องทำการพิมพ์สกรีนแป้งกาวทรานเฟอร์หรือโรยผงกาวลงไปด้วย
ข้อดีระบบ Transfer
- สามารถสกรีนจำนวนน้อยได้ ไม่จำกัดสีที่ใช้สกรีนลงบนสีของผ้าและเนื้อผ้า
- เหมาะสาหรับงานสกรีนที่ต้องการความละเอียดสูง สามารถสกรีนได้หลากหลายสี
- พิมพ์งานจำนวนน้อยได้ โดยไม่ต้องอัดบล็อคสกรีน
- ลายสกรีนเสื้อจะสีเดียวหรือหลายสี ก็ราคาต้นทุนเท่ากัน
- การใช้งานง่ายไม่ต้องชำนาญมากก็สามารถทำได้
ข้อเสียระบบ Transfer
- ไม่สามารถใช้เตารีด รีดลงบนผ้าด้านที่สกรีนภาพได้โดยตรง ต้องรีดโดยการกลับด้าน งานสกรีนมีโอกาสแตก หลุดลอก เนื่องจากเป็นการสกรีนโดยภาพหรือลวดลายติดอยู่บนพื้นผิวของเนื้อผ้า ไม่ได้ซึมซับเข้าไป เนื้องานสกรีนจะมีลักษณะแข็งๆ
- กระดาษที่ Transfer สามารถหลุดลอกออกได้ หากใช้วัสดุไม่ดี
- เนื้องานอาจจะมีความแข็งกระด้าง และมีโอกาสที่จะหลุดลอก หากเลือกวัสดุไม่ดี
- ถ้าพิมพ์งานปริมาณมาก ราคาจะแพงกว่าระบบซิลค์สกรีน
- กระดาษและหมึกบางชนิดยังจำกัดเนื้อผ้าและสีผ้าอยู่บ้าง
สรุป
งานสกรีนเสื้อมีกี่ประเภทปัจจุบันเรามีเครื่องมือช่วยในการทำงานสกรีนหลากหลายรูปแบบ ก่อนทำธุรกิจสกรีนเสื้อให้ครอบคลุมก็ต้องศึกษาความรู้พื้นฐานของงานสกรีนเสื้อก่อน เพื่อให้เราเลือกประเภทของงานที่ตอบโจทย์ธุรกิจของเรา ซึ่งงานสกรีนเสื้อมีหลายประเภทหลักๆ ก็จะมี 3 ประเภทประเภทซิลค์สกรีน (Silk Screen) , ประเภท DTG (Direct to Garment), ประเภทรีดร้อน (Heat Transfer)